ยืนยันปลัด สธ. มองภาพรวมในการดูแลสุขภาพประชาชน ตั้งแต่ปฐมภูมิจนถึงศูนย์ความเชี่ยวชาญ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ลืมเทคนิคการแพทย์แน่นอน

แพทย์หญิงประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการแพทย์) กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง “นโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนา Thailand ๔.0 ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขกับความคาดหวังต่อวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ในยุค Thailand ๔.0” ในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการชมรมเทคนิคการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 3 ซึ่งชมรมเทคนิคการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, คณะกรรมการพัฒนาระบบงานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 1 จัดขึ้น ณ โรงแรมวังคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขกำลังอยู่ในยุคปฏิรูป โดยกระทรวงสาธารณสุขได้วางแผน 20 ปี ตามกรอบแนวคิด Startup Thailand 4.0 นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และการปฏิรูปประเทศไทยด้านสาธารณสุข แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการบูรณาการ (Integrated) องค์รวมและผสมผสานการมีส่วนร่วมของพหุภาคี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ ที่จะให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพที่รวมพลังสังคมเพื่อประชาชนสุขภาพดี พันธกิจคือ การพัฒนาและอภิบาลระบบสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน มีการกำหนดค่านิยม (Core values) คือ MOPH (M = Mastery , O = Originality , P = People centered approach , H = Humility) โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน

รองปลัด สธ. กล่าวอีกว่า อนาคตประชาชนทุกกลุ่มวัยจะได้รับการพัฒนาตามวัย ได้รับการส่งเสริม ป้องกัน ควบคุมโรค รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพ อย่างเท่าเทียม อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยจะสูงขึ้นและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยระบบบริการจะได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ครอบคลุม ทั่วถึง มีระบบส่งต่อที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำของระบบกองทุนสุขภาพทั้ง 3 กองทุน

รองปลัด สธ. กล่าวต่อไปว่า ในแผน 20 ปี กระทรวงสาธารณสุข จะกำหนด 4 Excellence Strategies (16 แผนงาน 48 โครงการ) ได้แก่ P&P Excellence, Service Excellence, People Excellence และ Governance Excellence ซึ่งยุทธศาสตร์ทั้ง 4 Excellence นักเทคนิคการแพทย์มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดทุกด้าน ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และไม่ต้องกังวล กรณีที่ใน PCC ไม่มีการกล่าวถึงนักเทคนิคการแพทย์เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ตกผลึก เพราะหากมีหลายวิชาชีพมากเกินไปจะทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วตามกำหนดเวลา ปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ลืมแน่นอน เพราะท่านมองภาพรวม ในการดูแลสุขภาพประชาชน เราจะมี Manager ของโรคต่างๆ จะเป็นผู้ที่มองภาพรวมตั้งแต่ปฐมภูมิจนถึงศูนย์ความเชี่ยวชาญ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวด้วยว่า ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ เครือข่ายนักเทคนิคการแพทย์มีความเข้มแข็งมากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีการจัดประชุมวิชาการอย่างต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน จึงขอให้ดำเนินการต่อไป ในส่วนคณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนางานทางวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ นั้น ได้มีการประชุมกันไป 4 ครั้ง ก็มีมติงานเร่งด่วนที่จะดำเนินการทั้งหมด 5 งานคือ 1. กลุ่มโรค Non – communicable disease (NCD) 2. กลุ่มการบริการระดับปฐมภูมิ (PCC) 3. Antimicrobial Resistance (AMR) 4. อาหารปลอดภัย(Food safety) 5. การกระจายทรัพยากรให้มีการใช้อย่างเหมาะสม/เครื่องมือวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะต้องมีการสะท้อนถึงข้อมูล หลังจากนั้นรองปลัด สธ. ได้เยี่ยมชมโปสเตอร์ผลงานวิชาการต่าง ๆ แล้วเดินทางกลับ